ในซอยเปลี่ยว

เรื่องสั้นหญิงรักหญิงตอนเดียวจบ

นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย ’ ฉันยกนาฬิกาขึ้นดูอย่างระมัดระวัง เกือบห้าทุ่มแล้ว ถ้าสำหรับ กรุงเทพฯ เมืองศิวิไลซ์ที่ไม่เคยหลับนั้น เวลานี้อาจจะเป็นเวลาที่ใครบางคนเพิ่งเริ่มต้นชีวิตประจำวัน รถราก็ยังวิ่งกันขวักไขว่เหมือนกับว่าตอนกลางวันมีถนนไม่พอวิ่ง เลยต้องแบ่งมาวิ่งกลางคืนกัน บ้าง แต่สำหรับที่นี่...ห่างออกมานอกเมืองอย่างนี้ แถมยังอยู่ในซอยลึกอีก มันช่างเหมือนกับอยู่กัน คนละโลกกับที่ที่ฉันเพิ่งจากมาซะจริง

นี่ถ้าไม่เป็นเพราะงาน ฉันก็คงจะไม่ต้องมาเดินในซอยเปลี่ยวตอนดึกขนาดนี้คนเดียว คน อื่น ๆ ที่เขาได้กลับบ้านแต่วัน ป่านนี้คงนอนดูทีวีกันสบายใจเฉิบ ไม่ต้องมาเดินท่อม ๆ คอยเหลียว ซ้ายแลขวาอย่างนี้

นึกถึงข่าวปล้นฆ่าที่ลงหนังสือพิมพ์กันทุกวัน ถูกจับได้บ้างไม่ได้บ้าง ไอ้ที่ถูกจับได้ก็ต้อง ติดคุกติดตะรางกันไป แต่ไอ้ที่จับไม่ได้ล่ะ ไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง ?

เสียงสะท้อนของรองเท้ากระทบพื้นดังขึ้นห่าง ๆ ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง หัวใจเต้นรัว ขึ้นอย่างระงับไม่อยู่ มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมา !

เมื่อพิศดูก็เห็นว่าเขาแต่งตัวค่อนข้างดี เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับปลายแขน กางเกงสีเข้ม แต่จะแน่ ใจได้อย่างไรล่ะ คนแต่งตัวดีก็อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไปก็ได้นี่

ฉันก้าวเท้าเร็วขึ้นหวังจะให้พ้นแสงสว่างของ หลอดนีออนเก่าคร่ำคร่าประจำถนน มันน่าจะ เป็นการดีกว่าที่จะยืนอยู่ในที่สว่างให้เขาเห็นชัด ๆ ว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่มาคนเดียว เสียงฝีเท้าที่ ตามมาเร่งจังหวะเร็วขึ้นจนทำให้ฉันต้องเหลียวกลับไปมองอีกครั้ง นี่เขาเข้ามาใกล้ฉันถึงขนาดนี้ แล้วหรือนี่

ฉันพยายามมองหารถสายตรวจที่อาจจะเผอิญหลงเข้า มาตรวจตราในซอยนี้บ้าง ทั้ง ๆที่รู้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเจอ ก็เพราะซอยนี้ไม่เคยมีตำรวจเข้ามาตรวจเลยนี่นา คงมัวแต่ไปตรวจในซอยที่มี บ้านผู้หลักผู้ใหญ่กันหมด คนจนก็ยังงี้ล่ะ คุณภาพชีวิตมันต่างจากคนรวยเยอะ

ใจฉันยังคงเต้นระรัวอยู่อย่างนั้น ในขณะที่มือเริ่มสั่นน้อย ๆ ฉันควรจะทำอย่างไรดีนะ ยืน รอเจอเขาให้รู้ดำรู้แดงอยู่ตรงนี้ ซึ่งยังพอมีแสงสว่างสาดส่องมาบ้าง หรือฉันควรจะรีบจ้ำหลบไปใน ความมืดข้างหน้าอย่างที่คิดเอาไว้ตอนแรก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นมาเต็มหน้าและฝ่ามือ จนฉันรู้สึกว่า มือชุ่มโชกไปหมด

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ยังคงเดินก้าวเข้ามาเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ฉันตัดสินใจทันที หลบไป ให้พ้นสายตาเขาดีกว่า ฉันใส่ชุดดำอย่างนี้หลบอยู่ในความมืดของคืนเดือนแรมเขาคงหาฉันยากอยู่ ล่ะ ฉันรีบหลบฉากจากกลางถนนเข้าไปยืนข้างต้นไม้ใหญ่ รู้สึกถึงกรดที่พากันหลั่งไหลเข้าไปใน กระเพาะ โดนโรคกระเพาะเล่นงานอีกแล้วซีเรา ฉันปวดท้องจนต้องนิ่วหน้า หัวเริ่มปวดตุบ ๆ

เสียงฝีเท้านั้นชะงักไปหน่อยนึง คงแปลกใจที่จู่ ๆ ฉันก็หายไปจากถนนอย่างนี้ หวังว่าเขาคง จะไม่เห็นฉันแล้วเดินเลยฉันไปซะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะได้จบ ๆ ฉันจะได้กลับบ้านนอนอย่างสบายใจ สักที

เขาเดินผ่านไปจริง ๆ ! ในความมืดฉันเห็นเขาได้ถนัดทีเดียว

เมื่อ เขาเดินผ่านไปได้ระยะ ฉันก็กระโดดเข้าล็อคคอจากทางด้านหลัง จับคอเขาแหงนขึ้น พร้อมกับปาดมีดในมืออย่างชำนาญ ร่างของเขากระตุกสองสามทีแล้วก็ลงไปกองกับพื้น ไม่ทันได้ ร้องสักแอะ ฉันรีบสำรวจทรัพย์สินของเขาทันที สร้อยทอง นาฬิกา แหวน กระเป๋าสตางค์ ก็พอใช้ ได้ไม่เสียแรงเปล่าอย่างเมื่อคืนก่อน อาการปวดหัวหายไปแล้ว แต่อาการปวดท้องยังอยู่

เฮ้อ ! ทำงานทีไรเป็นต้องเครียดจนปวดท้องทุกทีซีน่า

จบบริบูรณ์

 

ผู้เขียน  : ภัส


Lesla3

13 Blog posts

Comments