ฉัน…..กับบางด้านของมิตรภาพ

เรื่องสั้นหญิงรักหญิงตอนเดียวจบ

"ยัง ไม่กลับบ้านอีกเหรอพี่มีน นี่ตะวันตกดินไปนานแล้วนะ" เสียงนั้นดังมากจากโต๊ะเพื่อนร่วมงานที่แสนดีของฉันคนหนึ่ง ชายหนุ่มเดินตรงมา เท้ามือทั้งสองข้างไว้ที่ขอบโต๊ะ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปดู ฉันก็พบสายตาล้อเลียนที่เขาส่งมา
ไม่มีอารมณ์จะตอบคำถามล้อเล่นนั้น ฉันจึงทำได้แค่เพียงพยักหน้า
"แปลกแฮะ" เขาว่า "ทุกทีจะรีบแจ้น แล้ววันนี้ไม่มีนัดที่ไหนเหรอ"
"ก็ไม่มี" ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะที่ยังง่วนกับงานบนโต๊ะ งานที่ไม่ได้ยุ่งอะไรแต่ฉันตั้งใจทำให้ยุ่งไปเสียงั้นเอง
"ถ้านายจะมาชวนไปกินเหล้า พี่ไม่ไปด้วยนะ วันนี้อยากนอน" ฉันว่า
"ก็ได้ ท่าทางจะไม่มีอารมณ์คุยด้วย งั้นก็ขับรถดีดีละกัน มีอะไรก็โทรหาผมนะ" แทนว่า เขายักคิ้วให้ฉันแล้วเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

แทนเป็นเพื่อนคนเดียวที่รับรู้ทุกข์สุขของฉัน เราต่างเข้าใจในความเป็นไปของกันและกันดี เขาเป็นเกย์ ในขณะที่ฉันถูกมองว่าเป็นทอม ลักษณะภายนอกของฉันไม่ได้แข็งหรือห้าวเสียจนถึงกับเป็นผู้ชาย แต่ผมเผ้าที่ซอยสั้น กับการแต่งกายที่ไม่ได้เอนเอียงไปทางผู้หญิงของฉัน ก็ทำให้ความเข้าใจของคนในสถานที่นี้เป็นไปในทางเดียวกันหมด
ฉันไม่ปฏิเสธสถานะนั้น ตรงกันข้าม หากมีใครถาม ฉันจะตอบสั้นๆอย่างที่เข้าใจและไม่ต้องถามซ้ำอีกว่า "ใช่"

แทนและฉัน เข้าคู่กันได้ดี เพราะเขาก็ไม่เคยปฏิเสธในสิ่งที่เป็น แทนเป็นหนุ่มหน้าตาดี มีพี่หลายคนในที่ทำงานเอ่ยปากเสียดายเขา ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มๆและไม่ออกความเห็นอะไร เราสนิทกันค่อนข้างมาก อาจเพราะลักษณะนิสัยของเราก็เป็นได้ ฉันไม่ค่อยมีในสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มี ง่ายและไม่เรื่องมาก ในขณะที่เขายังมีความเป็นผู้ชาย ง่ายและไม่เรื่องมากเช่นเดียวกัน ประกอบกับสิ่งที่เราเป็น เรื่องของเราจึงมักถ่ายทอดสู่กันเสมอ
โดยเฉพาะเรื่องความรัก

แทนเคยบอก ว่าเขาไม่เคยเชื่อในรักของคนในลักษณะเดียวกับเราเลย เขามีแฟน เปลี่ยนคู่บ่อย รักง่าย และเลิกง่าย ในขณะที่ฉันไม่เชื่อ ฉันเคยคิดว่า รักแท้ยังมีจริง ฉันเชื่อในมิตรภาพ ในขณะที่แทนยังคงยืนยันแนวทางของเขา

"ผมไม่เชื่อจริงๆนะพี่ จะว่ามองโลกในแง่ร้ายก็ได้" แทนว่า เขากระดกเบียร์เข้าปากอย่างรวดเร็ว

เราคุยกันในคืนหนึ่ง เขาเพิ่งบอกเลิกกับหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว คบกันเพียงแค่สามสี่เดือน

"สตีฟมันไปเจอใหม่ เชื่อไหม มันมาอวดผมอีกว่า คนใหม่มันดีกว่าผม ดีกว่าผม เรื่องบนเตียงนั่นก็ดีกว่าผม โอ๊ย..อยากจะดูเหมือนกันว่าจะอยู่ได้กี่เดือน" เขากระดกเบียร์เข้าปากอีก ก่อนจะหันมามองหน้าฉันอย่างขมขื่น
"พี่คอยดูนะ ผมจะหาใหม่ไปเย้ยมัน"
"แล้วมันจะดีตรงไหนละแทน พี่ว่า เธอกับเขาน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ นี่ตกลงว่าเธอแค้นเขาหรือไงเนี่ย" ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจดีนัก
"แทน มิตรภาพน่ะนะ อยู่ตรงไหนก็สวยงาม ไม่ว่าด้านนั้นจะทำให้นายเจ็บปวดหรือทำให้นายมีความสุข ทำไมไม่คิดว่าเราโชคดีที่ได้เรียนรู้มันทั้งสองด้าน"
"เฮ้อ…..ผมรู้พี่" เขาถอนใจ "แต่ผมไม่ได้แค้นนะ มันเสียความรู้สึกมากกว่านะ ไอ้ผมรึก้ดีกับมัน ถึงจะไม่ได้รักมากมายนัก แต่มันสิทำขนาดนี้ มันทำผมก่อนไง เลิกกับผมดีเหรอพี่ คิดดูนะ ข้าวของที่ผมให้ก็ยกมาคืน มากองไว้หน้าห้องหมด แถมยังว่าผมเสียๆหายๆ เป็นพี่ พี่จะเสียความรู้สึกไหมล่ะ"

เขาพูดอย่างเหลืออด

"เฮ้อ ช่างเถอะ ผมก็พูดไปงั้น เอาเข้าจริง ผมก็ไม่ทำหรอกพี่ก็รู้" เขาถอนหายใจ "เออ แล้วเรื่องของพี่กับพลอยล่ะ ทำไมหมู่นี้ผมไม่เห็นพลอยมาหาพี่เลย ยังรักกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย"

ฉันไม่ได้ตอบคำถามของแทน…..
ฉันจำได้ว่า ค่ำคืนนั้น เรื่องของแทนยังวนเวียนอยู่ในความคิดของฉัน เรื่องของเขาทำให้ฉันอดคิดถึงเรื่องของตัวเองไม่ได้ แปดเดือนที่ผ่านมา ฉันห่างเหินจากเขาไปเพียงเพราะฉันใช้เวลาทั้งหมด จริงจังกับความรักครั้งนี้
แทนไม่ว่าอะไร เขาดีใจกับฉันด้วยซ้ำทันทีที่รู้เรื่อง

"ไปเจอเขาที่ไหนเหรอ"
"ในอินเตอร์เน็ต" ฉันตอบ "แต่พี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง รู้แต่ว่ารู้สึกคุยกับเขารู้เรื่อง แล้วก็ รู้สึกดีที่ได้คุยกัน"
"ผมเคยได้ยินเพื่อนๆมันคุยกันเหมือนกันนะพี่ พี่อย่าไปจริงจังนักเลย คนที่เราไม่เห็นหน้า พูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น"
"มันก็ไม่เสียหายนี่นา ยังไงพี่ก็เชื่อว่ามิตรภาพเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่ามันจะเริ่มต้นมาจากจุดไหน แล้วสานต่อเป็นอะไร ถ้าไม่ได้รักกันก็เป็นเพื่อนกันได้นี่" ฉันตอบแทนไปตามที่รู้สึก
"พี่ พี่มองโลกในแง่ดีมากเลยนะ ผมไม่อยากให้พี่เจ็บ พี่เชื่ออย่างอื่นไว้บ้างก็ดี" แทนมองหน้าฉัน

ก่อนจะทิ้งบางคำไว่ให้คิด "พี่เชื่อว่ามิตรภาพเป็นเรื่องสวยงาม พี่รักษามันเท่าชีวิต แต่บางครั้งคนบางคนไม่ได้คิดอย่างพี่ พี่อย่าลืมสิ ถึงตอนนั้น พี่จะเสียความรู้สึกนะ เชื่อผมเถอะ"

"กริ๊งงงงงง…" เสียงโทรศัพท์ปลุกให้ฉันตื่นออกจากภวังค์ หันไปมองนาฬิกาก่อนที่จะลุกขึ้นไปดูที่ต้นเสียง เมื่อเห็นเบอร์โทรที่ขึ้นไว้ไม่ใช่เบอร์ที่ใจจดจ่อรอคอย ใจก็พาลไม่อยากรับเสียเฉยๆ แต่ก็ตัดสินใจรับ
"พี่ผมอยู่ที่โรงเบียร์" แทนกรอกเสียงมาตามสาย "มาไหม คนเยอะเลยนะ"
"ฉันจะนอนไง บอกแล้วยังโทรมาปลุกอีก" ฉันขุ่น
"โอเคๆๆ ใจเย็นพี่ เห็นว่าซึมๆเศร้าๆ อยากให้สนุกก็เท่านั้นแหละ" แทนว่า "งั้นไปต่อก่อนนะ ถ้าเปลี่ยนใจโทรกลับมานะพี่"
เขาตัดสายไปอย่างอารมณ์ดี

ฉันจับโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนจะตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปหาใครคนหนึ่งที่ฉันอยากได้ยินเสียง กดเพียงแค่ครั้งเดียวก็มีอันน้ำตารื้น กัดริมฝีปากอย่างเจ็บแปลบ รู้สึกจุกอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก
สามอาทิตย์แล้ว ที่ฉันไม่ได้รับรู้ความเป็นไปของพลอย มีบางครั้งที่โทรไปแล้วเจอเจ้าตัว แต่พูดคุยกันได้ไม่กี่คำ ก็มีอันต้องวางสาย

"พลอยไม่ว่างคุยค่ะมีน เดี๋ยวต้องทำงานก่อน ยังไงเจอกันแล้วค่อยคุยนะคะ"
"แต่เราไม่ได้คุยกันเป็นอาทิตย์แล้วนะพลอย ไม่คิดถึงกันเลยเหรอ" ฉันเสียงอ่อน
"พลอยรู้ค่ะ แต่งานของพลอยก็สำคัญนี่คะมีน มีนต้องเข้าใจสิ มีนโตกว่าพลอยอีกนะ ทำไมต้องให้พลอยพูดอะไรแบบนี้" หญิงสาวว่า "พลอยคิดว่ามีนจะเข้าใจ"
"ไม่เป็นไรพลอย" เสียงแผ่วของฉันกรอกลงไปตามสาย ก่อนจะวางโทรศัพท์นั้นลง

ฉันไม่รู้ว่าน้ำตานั้นมากจากไหน แต่เวลานั้นทำนบน้ำตาของฉันไม่อาจต้านทานความรู้สึกน้อยใจที่ประดังประเด เข้ามา ฉันรู้แต่เพียงว่า ความรักที่เคยเชื่อว่ามันก่อตัวจากมิตรภาพที่สวยงาม เริ่มมีร่องรอยของความเปลี่ยนแปลงให้เห็น และที่สำคัญ มันรวดเร็วเกินกว่าที่ฉันจะตั้งตัว
ภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ก่อตัวขึ้นจากตัวหนังสือในหน้าจอคอมพิวเตอร์ ฉันจินตนาการถึงพลอยจากตัวหนังสือที่เห็น

"มีนเป็นคนยังไงคะ" พลอยพิมพ์ประโยคคำถามส่งมาทางหน้าจอไอซีคิวของฉัน ช่วงเดือนแรกที่เราได้คุยกัน
"อยากได้แบบจริงๆที่เป็นหรือแกล้งตอบดี" ฉันแหย่ พิมพ์ตอบไปอย่างนั้น
"แต่พลอยว่ามีนต้องเป็นคนน่ารัก" เธอว่า "พลอยรู้สึกดีที่ได้คุยกับมีนมากเลยรู้ไหมคะ มีนดูอบอุ่นจังเลย แม้กระทั่งตัวหนังสือ"
ฉันยิ้ม กับประโยคที่ว่านั้น
"อยากเจอมีนแล้วสิ" พลอยส่งตัวหนังสือกลับมาอีก "ถ้าไม่รังเกียจเราเจอกันได้ไหมคะ"
"ได้สิ แต่อย่าวิ่งหนีนะ" ฉันตอบกลับ
"พลอยไม่วิ่งหนีหรอก เพราะพลอยมั่นใจว่า มีนเป้นคนน่ารัก" เธอว่า
"พลอย พลอยเชื่อในมิตรภาพไหม พลอยเชื่อว่ามันเป็นสิ่งสวยงามไหม" ฉันถามกลับ
"ไว้เจอคุณก่อนแล้วพลอยจะตอบ"

ฉันเจอพลอยจริงๆหลังจากนั้น เราพบกันที่ร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง ในเวลาเพียงแค่สองสามชั่วโมง เราต่างรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานกว่านั้น

พลอยติดหนังสือเล่มเล็กๆมาให้ฉันสองเล่ม เธอบอกว่า ตั้งใจนำมาให้ฉัน เพราะเราคุยกันถึงเรื่องหนังสือที่เราชอบ และรู้ว่าฉันชอบอ่านหนังสือมาก พอๆกับชอบผูกมิตรกับผู้คนบนโลกไซเบอร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ฉันเพิ่งเข้ามาสัมผัสในช่วงหลัง

วันเวลาที่คล้อยผ่านไปเรื่อยๆ เราต่างรู้สึกคุ้นเคยกัน และฉันรู้ดีว่า มีอะไรในใจที่ไม่เหมือนเดิม

ฉันรู้สึกว่า ฉันรักพลอยเข้าให้แล้ว รักในความเป็นธรรมชาติ รักในความรู้สึกดีดีที่เราต่างส่งให้กัน จากอีเมล โทรศัพท์ และโปสท์การ์ดที่เรามักส่งให้กันเสมอๆ

โลกที่เปลี่ยนไปของฉัน ทำให้ฉันห่างจากแทน เขารับรู้ด้วยความยินดีกับความรู้สึกที่ฉันพบเจอ ฉันไปไหนมาไหนกับพลอยมากขึ้น เจอกันเท่าที่เวลาทำงานของฉันจะอำนวย พลอยทำกิจการที่บ้าน เธอจึงมีเวลาพบเจอฉันได้เสมอ

แทนเคยพบพลอย ครั้งหนึ่งที่ฉันพาพลอยไปงานของบริษัท นั่นทำให้เขามักถามถึงพลอยเสมอๆทุกครั้งที่มีงานใดๆหลังจากนั้น แต่ถึงกระนั้น แทนก็ยังพูดประโยคเดิมๆใส่หูฉันทุกครั้งที่พูดถึงพลอย

"ทำไมฉันต้องไม่ประมาท นายก็เห็นนี่นาว่าพลอยเขาน่ารัก" ฉันเริ่มไม่สบอารมณ์โดยไม่รู้ตัว
"พี่ พี่อย่าลืมสิ ยังไงพี่ก็ไม่รู้จักเขาดีพอ พี่เชื่อเหรอว่าเขารู้สึกเหมือนพี่ทุกอย่าง พี่เชื่อผมไหม ตัวหนังสือนะมันหลอกคนได้เสมอแหละ ใครจะพูดยังไงก็ได้"
"นายเจอเรื่องผิดหวังมามาก เลยมองโลกในแง่ร้าย" ฉันเริ่มเสียงดัง
"เฮ้อ ไม่เถียงด้วยแล้ว" แทนหันหลังทำท่าจะเดินไป "พี่เพิ่งเจอเขาไม่กี่เดิอน คบเขาจริงๆแค่ไม่กี่เดือน พี่ไม่รู้หรอกว่าแท้จริงเขาเป็นยังไง พี่ไม่เห็นกระทั่งเวลาที่เขาโมโหหรือโกรธว่าเป็นยังไง มุมอื่นๆของเขาพี่ก็ไม่รู้จัก"
ฉันนิ่ง
"พี่ ผมหวังดีต่อพี่นะ ผมกับพี่เนี่ยเหมือนพี่น้อง ตอนผมเสียใจผมก็มีพี่นี่แหละคอยรับฟังปัญหา มันทรมานพี่ก็รู้ ผมถึงไม่อยากให้พี่ปักใจไปกับมันมากนัก พี่เชื่อว่าพี่คิดถูก ผมไม่เถียง เพราะความเชื่อของคนเรามันห้ามกันไม่ได้ ผมเพียงแค่อยากให้พี่เผื่อใจ"

ฉันเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของพลอยทีละน้อยๆ เมื่อวันเวลาที่ได้เจอกันระหว่างเราน้อยลงอย่างผิดสังเกต โดยเหตุผลที่พลอยให้กับฉันคือ ต้องทำงาน

พลอยได้งานประจำทำที่เคเบิ้ลทีวีช่องหนึ่ง หลังจากที่ไปทิ้งใบสมัครไว้หลายเดือน และฉันรับรู้มาก่อนหน้านี้จากปากพลอยซึ่งพลอยมักจะบอกกับฉันมาตลอดว่า ไม่อยากทำงานกับที่บ้าน มันทำให้เธอเหมือนไม่มีสังคม

"ไม่สนุกค่ะมีน พลอยไม่ชอบเลย นี่พี่สาวพลอยเค้าลาออกจากงานประจำเค้าแล้ว เค้ามาดูแทน พ่อกับแม่ก็คงสบายใจกว่าที่พลอยทำ พลอยดูเด็กๆ ไม่เหมาะกับการคุมกิจการหรอก"
"แต่พลอยก็น่าจะทำได้ ทำงานที่บ้านดีกว่าเป็นลูกจ้างเขาอีก" ฉันแนะ
"พลอยไม่ได้เจอเพื่อนเลยนี่คะ ทำอยู่ตรงนั้นน่าเบื่อ" เธอว่า

แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากพลอย น้ำเสียงดีใจของเธอทำให้ฉันไม่อยากพุดเรื่องที่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันดีใจกับความสุขของพลอยอย่างจริงใจ

"พลอยได้งานแล้ว เค้าตอบรับพลอยแล้วนะคะ ไปฉลองกันนะคะมีน"
"อื่อ พลอยเก่งจัง ดีใจด้วยนะ" ฉันตื่นเต้นไปด้วย

เย็นนั้น ฉันแวะไปร้านหนังสืออย่างเคย โดยไม่ลืมที่จะเลือกการ์ดใบเล็กๆส่งให้พลอยพร้อมกับหนังสือให้กำลังใจเล่ม หนึ่ง มันเป็นสิ่งที่ฉันมักทำอยู่เป็นประจำตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา หากเจอกัน
ฉันจะมีกำลังใจจากตัวหนังสือเหล่านี้ให้พลอยเสมอ

"พลอยจะตั้งใจทำงานอย่างดีเลย รู้มั๊ยคะมีนว่าพลอยรอมานานมาก ไม่อยากบอกเลยว่า นี่เป็นเรื่องที่พลอยดีใจรองจากเรื่องที่เจอมีนเลยละ"
"ขนาดนั้นเชียว" ฉันล้อ
"ฮือ" นัยน์ตาของพลอยวาวระยับ ส่งประกายสุกใส
"ก็มันเหมือนนกนี่คะ จะได้ออกไปโบยบินดูโลกกว้างๆ ใครบ้างจะไม่ดีใจ อยู่แต่ในบ้านน่าเบื่อจะแย่ มีนต้องมาเป็นพลอย แล้วมีนจะรู้ว่า มันมีความสุขขนาดไหน ที่ได้เดินออกไปสู่โลกกว้างๆ"

ดาวเป็นประกายสุกใสอยู่เต็มฟ้า ในคืนที่ฉันคิดถึงพลอยอย่างเต็มหัวใจ แต่ไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่าการเฝ้าคิดถึงและการเปิดดูตัวหนังสือของพลอยที่ เคยส่งถึงฉันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ก่อนที่ฉันจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน
รุ่งเช้า ฉันตื่นเพื่อจะไปทำงานอย่างเคย ความรู้สึกคิดถึงที่ค้างคาในหัวใจบอกให้ฉันระบายมันออกมา ฉันตัดสินใจโทรหาพลอย เพื่อจะบอกบางคำที่ฉันอยากบอกเหมือนที่เคยบอก

"คิดถึงพลอยจัง" ฉันกรอกเสียงลงไป
"ค่ะ" เสียงนั้นตอบกลับมา สั้นจนฉันนึกเอะใจ
"วันนี้เจอกันมั๊ย คิดถึงจะแย่แล้วล่ะ มีหนังสือจะให้พลอยด้วยนะ เล่มที่อยากอ่านไง"
"ไม่ได้หรอกค่ะ พลอยไม่ว่าง"
"ติดงานอีกแล้วเหรอ ทำไมพลอยติดงานทุกครั้งเลย พลอยไม่รู้เลยเหรอว่ามีนคิดถึงพลอยขนาดไหน นี่ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แล้วนะพลอย" ฉันเริ่มเสียงสั่น
"แล้วไงคะ" เสียงเยียบเย็นตอบกลับมา "จะมาโวยวายเอาอะไรกัน ก็บอกแล้วว่าทำงานๆๆ"
"ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะพลอย ไม่แคร์ความรู้สึกกันลยเหรอ"
"พลอยไม่มีอะไรจะพูดแล้ว"
"หมายความว่ายังไงพลอย" ฉันกัดริมฝีปากแน่น
"เอาเป็นว่าเราจะไม่เจอกันอีกแล้ว พลอยเบื่อเต็มที พลอยมีคนอื่นแล้ว แค่นี้รู้เรื่องไหม"

ฉันอึ้ง….อึ้งกับประโยคที่พูดง่ายๆของพลอย เรื่องของเราเกิดง่ายและจบลงง่ายกว่าที่ฉันจะคิดว่า นี่คือเรื่องจริง
เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดรัวเร็วดังขึ้นกว่าทุกวัน ทำลายความเงียบสงัดที่อยู่รอบข้าง และแล้วมือที่รัวเร็ว นั้นกลับช้าลง แล้วก็ตกลงข้างตัวอย่างคนไร้เรี่ยวแรง
แทนเดินเข้ามาข้างหลังฉัน เขาวางมือลงบนไหล่ฉันเบาๆอย่างปลอบโยน

"พี่ควรไปกินข้าวเสียหน่อย" เขาพูดเบาๆ "ผมรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง แต่ผมดีใจนะที่พี่มาทำงาน ตอนแรกที่พี่โทรหาผม ผมก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่"
"กินอะไรไม่ลงหรอก" ฉันพึมพำขณะที่ยังหลับตา "ฉันจำที่นายพุดได้ทุกคำ เชื่อไหม"
"ผมไม่อยากให้พี่คิดมาก ไม่อยากโทษพี่ด้วยที่ไม่เชื่อผม เพราะความผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นนี้ มันไม่ได้เกิดจากพี่คนเดียวหรอก"
"ฉันมองโลกในแง่ดีมากไป"
"ไม่หรอกพี่" เขายิ้มให้ "พี่ทำดีที่สุดแล้วล่ะผมว่า คนเราถ้ารักกันแล้วไม่ดูแลความรู้สึกกัน มันก็คงแย่ ผมหวังแต่เพียงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี่ มันคงไม่ทำให้พี่กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย เหมือนทีพี่เคยพุดกับผม
พี่รู้ไหม ผมได้เรียนรู้จากพี่เหมือนกันนะว่า ในความเจ็บปวดมันก็มีความสวยงาม เมื่อวานสตีฟโทรหาผมด้วย เขาโทรมาขอโทษ แล้วก็อยากให้เรามาคุยกันเหมือนเดิม ผมเข็ดนะ เลยบอกเขาว่าไม่เอา แต่แล้วก็คิดถึงคำพูดของพี่ขึ้นได้ว่า มิตรภาพมันเป็นสิ่งสวยงาม ผมเรียนรู้การให้อภัยจากความเจ็บปวดที่ได้รับ เลยบอกเขาไปว่า เราเป็นเพื่อนกันได้"
เขาเอื้อมมือมาจับมือของฉัน

"พี่ อย่าคิดมากเลย พี่จะโกรธพลอยหรือเปล่าผมไม่รู้นะ รู้แต่ว่า หากพี่จะคิดว่า พี่เข็ดหรือไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พี่เคยเชื่ออีกต่อไปแล้วละก็ ผมเสียดายมากเลย พี่สอนให้ผมมองโลกอย่างที่มันเป็นไป มองจากความเป็นจริง จนถึงตอนนี้ ผมยิ่งเชื่อว่า มันจะทำให้ผมมีความสุข สุขที่ได้เห็นเขามีชีวิตที่ดี สุขที่เรากับเขาไม่ได้เป็นศัตรูกัน มิตรภาพไงพี่ มันสวยงามเกินกว่าจะไปทำลายไม่ใช่เหรอ"

ฉันนิ่ง

"ถ้าพี่คิดว่ามันสวยงามสำหรับพี่ แม้ว่ามันจะไม่สวยงามเท่าเก่าแล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้มันคงอยู่ แล้วเราก็เก็บมันไว้คิดถึงละพี่ สิ่งดีดีมันไม่มีวันหายไปจากใจเราหรอก ส่วนเขาจะคิดเหมือนเราหรือเปล่าไม่ใช่เรื่องสำคัญนี่นา"

"ผมรู้ว่าพี่ไม่มีทางทำลายมันหรอก"

ฉันฝืนยิ้มให้กับชายหนุ่มผู้เป็นมิตรแท้ แม้ยิ้มนั้นจะยากเย็นและยากจะฝืนให้ออกจากความรู้สึกในเวลานั้น แต่ฉันก็ยังอยากจะยิ้มให้กับประสบการณ์ที่เจ็บปวด

ถูกของแทน ถูกอย่างที่ฉันเคยเชื่อ

มิตรภาพนั้นสวยงามเสมอ ไม่ว่าเราจะไปพบเจอด้านไหนของมันเข้า อยู่ที่เราจะพบแล้วเก็บอะไรได้จากมันบ้าง และฉันควรเลือกเก็บแต่ความทรงจำที่ดีดี เพื่อวันหนึ่งฉันจะได้คิดถึงมันอย่างสุขใจ

"ไงพี่" แทนปรี่เข้ามาทัก "ผมมีอะไรจะให้พี่นะ"

เขาหยิบโปสท์การ์ดใบหนึ่งส่งให้

"พักหลังมานี่ไม่เห็นพี่เก็บมันเลย นี่เห็นมันอยู่ในเชลฟ์นะ อดคิดถึงพี่ไม่ได้ เลยหยิบมาฝาก"

ฉับรับโปสท์การ์ดจากมือแทนมานั่งดูอย่างสนใจ ด้านหน้ามีข้อความเขียนไว้สั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษ มีคำบางคำสะดุดตาฉัน…...friendship

"ผมรู้แล้วว่าพี่จะส่งถึงใคร" แทนเย้า ก่อนจะเดินหนีไปทิ้งให้ฉันจับปากกาขึ้นมาเขียนในโปสทการ์ดด้านหลัง

"ถึง พลอย……………..
…………………………"

จบบริบูรณ์

 

ผู้เขียน : ต้นกล้า ต่อกิ่ง


Lesla3

13 Blog posts

Comments